นายกรัฐมนตรี มาร์ก รุตเทอ ของเนเธอร์แลนด์ บอกว่า ฮังการีไม่มีที่ยืนในสหภาพยุโรปแล้ว หลังผ่านกฎหมายต้าน LGBTQ พร้อมขู่จะขับออกจาก EU ด้วย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี มาร์ก รุตเทอ แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกาศก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ที่กรุงบรัสเซลส์ว่า “ฮังการีไม่มีที่ยืนใน EU แล้ว” หลังพวกเขาผ่านกฎหมายแบนการสอนเนื้อหาเกี่ยวกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ในโรงเรียน

กฎหมายดังกล่าวเดิมทีมุ่งเน้นเรื่องการเพิ่มโทษแก่ผู้ชอบร่วมเพศกับเด็ก แต่หลังจากรัฐสภาผ่านร่างแก้ไขเมื่อ 15 มิ.ย. กฎหมายฉบับนี้กลับแบนการแสดงภาพหรือส่งเสริมการรักคนเพศเดียวกันในหมู่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งจะทำจะกระทบต่อการศึกษาเรื่องเพศ, การโฆษณา หรือถึงขั้นทำให้ภาพยนตร์บางเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ เช่น ‘Friends’ หรือ ‘แฮร์รี พอตเตอร์’ ต้องถูกเลื่อนไปออกอากาศกลางดึก

นอกจากนั้น ยังมีความกังวลว่า คนหนุ่มสาวที่อ่อนแออาจถูกตัดขาดจากการสนับสนุนที่สำคัญ ขณะที่การให้การศึกษาเรื่องเพศในโรงเรียนจะถูกจำกัดให้ประทำได้เพียง ผู้ที่รัฐบาลให้การยอมรับเท่านั้น

กฎหมายซึ่งผลักดันโดยนายกรัฐมนตรี วิคตอร์ ออร์บาน ฉบับนี้เรียกเสียงประณามมากมายจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มฝ่ายค้าน โดยในวันผ่านกฎหมาย มีประชาชนจำนวนมากมาชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภาในกรุงบูดาเปสต์ด้วย

“สำหรับผม ฮังการีไม่มีที่ยืนใน EU อีกต่อไปแล้ว” นายรุตเทอบอกกับผู้สื่อข่าว ก่อนร่วมประชุมสุดยอดในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ซึ่งนายออร์บานจะร่วมประชุมด้วย “แต่น่าเสียดายที่ในระบบที่เรามี ผมไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ แต่เมื่อสมาชิกอื่นๆ อีก 26 ชาติบอกว่า ‘คุณต้องไป’ เรื่องนั้นจะเกิดขึ้นที่ละขั้นตอน แล้วในระหว่างนั้น คุณก็ได้แต่หวังให้พวกเขายอมปรับตัว”

ด้านนายออร์บานยืนยันว่า กฎหมายที่ว่าไม่ได้ต่อต้านชาวเกย์ “มันไม่ได้เกี่ยวกับการรักเพศเดียวกัน แต่มันเกี่ยวกับเด็กและพ่อแม่” “ผมเป็นนักสู้เพื่อสิทธิ ผมเป็นนักสู้เพื่อเสรีภาพในรัฐบาลคอมมิวนิสต์” “เหล่าคนรักเพศเดียวกันถูกลงโทษ และผมต่อสู้เพื่อเสรีภาพกับสิทธิของพวกเขา ดังนั้น ผมจึงกำลังปกป้องสิทธิของพวกเขาอยู่ แต่กฎหมายนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น มันเกี่ยวกับสิทธิเด็กและพ่อแม่”