จากครั้งหนึ่งเคยสนิทกันเหมือนพี่น้อง แต่ความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติ ทำให้ 2 ยอดนักยัดห่วง เอ็นบีเอ ต้องหมางใจ พอรู้ตัวก็สายเกินไป ไม่ทันได้เคลียร์ใจกัน…

ใครที่เป็นแฟนบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ตั้งแต่ยุค 90 คงพอจะรู้จักชื่อของ วลาดี ดิวัช อยู่บ้าง ฟอร์เวิร์ดทีมชาติยูโกสลาเวียเป็นผู้เล่นยุโรปคนแรก ๆ ที่ข้ามมาสร้างชื่อใน เอ็นบีเอ หลังถูก ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส ดราฟต์เข้าสู่ทีมในรอบแรกเมื่อปี 1989

และในปีเดียวกัน ดราเซน เปโตรวิช การ์ดจอมแม่น เพื่อนร่วมทีมชาติของ ดิวัช ก็ข้ามทวีปมาสู่ เอ็นบีเอ เช่นกัน ถูก ปอร์ตแลนด์ เทรล เบลเซอร์ส ดราฟต์เข้าสู่ทีม

แต่ผลงานของเขากลับไม่เปรี้ยงปร้าง บวกกับการต้องปรับตัวกับการจากบ้านเกิดเมืองนอน เปโตรวิช จึงเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่น้อยสำหรับปีแรกของเขาใน เอ็นบีเอ และด้วยความที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน ดิวัช จึงแทบจะเป็นคนเดียวที่ เปโตรวิช พูดคุยและระบายความรู้สึกกดดันให้ฟัง
 
เวลาเดียวกัน ยูโกสลาเวีย บ้านเกิดของทั้งคู่เริ่มมีความขัดแย้งในเรื่องเชื้อชาติ ไฟแห่งสงครามกลางเมืองเริ่มปะทุ โดยที่ชนชาติเซิร์บของ ดิวัช กับชนชาติโครแอตของ เปโตรวิช ถือเป็นคู่ขัดแย้งกันโดยตรง…

จุดหักเหเกิดขึ้นในศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์โลก ปี 1990 ซึ่งอาร์เจนตินา เป็นเจ้าภาพ ยูโกสลาเวีย คว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะ รัสเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ หลังจบเกม แฟนบาสเกตบอลรายหนึ่งถือธงโครเอเชียวิ่งลงสนาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ดิวัช ดึงธงโครเอเชียจากมือของแฟนรายนั้นโยนทิ้งไป
 
ในภายหลัง ดิวัช บอกว่าเจตนาของเขาคือแค่ไม่อยากให้เกมบาสเกตบอลถูกดึงเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องสงครามแบ่งแยกเชื้อชาติ แต่ เปโตรวิช ไม่คิดอย่างนั้น เขาตีความภาพที่เห็นเป็นเรื่องของการดูถูกเชื้อชาติ

และนับตั้งแต่วินาทีนั้น ความสัมพันธ์ของ 2 เพื่อนซี้ที่เคยเป็นเหมือน “พี่น้องร่วมสายเลือด” ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งคู่กลายเป็นเหมือนคนไม่รู้จัก ไม่คุยกัน เวลาเจอกันในสนามก็ทำราวกับอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุ

ส่วนเรื่องผลงานในสนามนั้น ดิวัช ยังคงทำผลงานเยี่ยมกับ เลเกอร์ส ต่อเนื่อง ขณะที่ เปโตรวิช ถูกเทรดไปอยู่กับ นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์ ในปี 1991 และเริ่มทำผลงานดีขึ้นเป็นลำดับ แต่เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของทั้งคู่ ยังคงตึงเครียด

7 มิ.ย. 1993 เปโตรวิช เพิ่งเสร็จภารกิจช่วยทีมชาติโครเอเชียของเขา ทำศึกรอบคัดเลือกบาสเกตบอลชิงแชมป์ยุโรป ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เดินทางกลับกรุงซาเกร็บทางรถยนต์ แต่รถของเขาประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก เปโตรวิช ซึ่งนอนหลับอยู่บนเบาะข้างคนขับ เสียชีวิตคาที่ ขณะที่แฟนสาวซึ่งเป็นคนขับและเพื่อนอีกคน บาดเจ็บสาหัส      
ความสูญเสียครั้งนั้น ยังความโศกเศร้าสู่วงการบาสเกตบอลทั่วโลก และหนึ่งในคนที่เสียใจที่สุดย่อมไม่พ้น ดิวัช ซึ่งเสียเพื่อนรักไปโดยที่ยังไม่ทันได้เคลียร์ใจกัน และสุดท้าย เมื่อสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลง ดิวัช ก็ทำได้ดีที่สุดแค่ไปเคารพหลุมศพของ เปโตรวิช ในกรุงซาเกร็บ

สุดท้าย ไม่ว่าจะเห็นต่างกันขนาดไหน ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริง ๆ มิตรภาพก็ยังคงเป็นเรื่องควรรักษาเอาไว้ และไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งใด การลดทิฐิมานะ หันหน้ามา “เคลียร์” เพื่อหาทางออกร่วมกันโดยเร็ว คือสิ่งที่ดีที่สุด

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป